ครัวร้านอาหาร ห้องน้ำ ระเบียง และดาดฟ้า คือพื้นที่ที่โดนน้ำทุกวัน ถ้ากันซึมไม่ดี น้ำจะซึมผ่านพื้นคอนกรีตลงไปเป็นคราบบนฝ้าชั้นล่าง ในศูนย์การค้าหรืออาคารพาณิชย์ ปัญหานี้หมายถึงต้องรื้อพื้นที่ปูเสร็จแล้วออกมาซ่อมใหม่ และอาจต้องรับผิดชอบความเสียหายของร้านข้างล่างด้วย บทความนี้สรุปขั้นตอนทำ กันซึมเมมเบรนชนิดลนไฟ (Torch-on Membrane) ที่ทีมอภิวัฒน์ บิวดิ้งใช้กับพื้นครัวร้านอาหารในศูนย์การค้า พร้อมจุดที่มักทำผิดจนรั่ว
กันซึมเมมเบรนคืออะไร ต่างจากแบบทาอย่างไร
เมมเบรนชนิดลนไฟเป็นแผ่นยางมะตอยดัดแปลง (Modified Bitumen) มาเป็นม้วน ใช้หัวพ่นไฟลนให้ผิวด้านล่างละลายแล้วรีดติดกับพื้น ได้ชั้นกันน้ำที่หนาและสม่ำเสมอทั้งผืน เหมาะกับพื้นที่ใหญ่และพื้นที่ที่มีน้ำขังหรือน้ำไหลตลอด เช่น พื้นครัว ดาดฟ้า และบ่อพัก
- แบบลนไฟ (Torch-on) — แข็งแรง ทนน้ำขัง ความหนาคงที่ เหมาะพื้นครัวและดาดฟ้า แต่ต้องใช้ช่างที่ชำนาญและระวังเรื่องไฟ
- แบบแผ่นกาวในตัว (Self-adhesive) — ไม่ใช้ไฟ เหมาะพื้นที่ที่ห้ามใช้เปลวไฟ แต่ต้องการพื้นผิวที่เรียบและแห้งมาก
- แบบทา (Liquid Membrane) เช่น โพลียูรีเทน อะคริลิก หรือซีเมนต์ผสมโพลิเมอร์ — เก็บมุมและจุดซับซ้อนได้ง่าย แต่ความหนาขึ้นกับฝีมือการทาแต่ละรอบ
หลายงานใช้ร่วมกัน คือปูแผ่นลนไฟเป็นพื้นหลัก แล้วใช้แบบทาเก็บรอบท่อหรือมุมที่แผ่นเข้าไม่ถึง
1. เตรียมพื้นผิวก่อนปู
พื้นต้องแห้ง สะอาด ไม่มีฝุ่น เศษปูน คราบน้ำมัน หรือขอบแหลม รอยแตกและรูต้องซ่อมให้เรียบก่อน มุมระหว่างพื้นกับผนังควรทำลบมุม ให้แผ่นโค้งขึ้นผนังได้โดยไม่หักงอ และวางแนวท่อระบายน้ำและรางน้ำให้เสร็จก่อน เพราะถ้าเจาะทะลุแผ่นทีหลังจะกลายเป็นจุดรั่วทันที

2. ทาไพรเมอร์ (Primer)
ไพรเมอร์ทำหน้าที่ยึดเกาะระหว่างคอนกรีตกับแผ่นเมมเบรน ทาให้ทั่วทั้งพื้นและขึ้นผนังตามความสูงที่จะเก็บขอบ แล้วรอให้แห้งตามที่ผู้ผลิตกำหนดก่อนลนไฟ ถ้าข้ามขั้นนี้หรือปูตอนไพรเมอร์ยังไม่แห้ง แผ่นจะติดไม่แน่น เกิดโพรงอากาศที่น้ำเดินใต้แผ่นได้

3. ลนไฟปูแผ่น และทับซ้อนรอยต่อ
คลี่ม้วนวางแนวให้ตรงก่อน แล้วม้วนกลับ ลนไฟให้ผิวยางมะตอยด้านล่างละลายพร้อมกับผิวพื้น ค่อย ๆ คลี่และรีดให้ติดแน่นตลอดแนว แผ่นถัดไปต้องทับซ้อนรอยต่อ โดยทั่วไปประมาณ 10 ซม. ด้านข้าง และ 15 ซม. ด้านหัวท้าย (ตรวจตามสเปกผู้ผลิต) แล้วลนไฟรีดรอยต่อซ้ำให้ยางมะตอยปลิ้นออกมาเป็นแนวเล็กน้อย ซึ่งเป็นสัญญาณว่ารอยต่อเชื่อมกันสนิท ควรเรียงรอยต่อหัวท้ายให้เหลื่อมกัน ไม่ให้ตรงกันเป็นแนวเดียว


4. เก็บมุม ขอบผนัง ท่อ และจุดระบาย
จุดรั่วส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่กลางพื้น แต่อยู่ที่มุมและรอยทะลุ แผ่นต้องยกขึ้นผนังให้สูงกว่าระดับน้ำที่อาจขัง (พื้นครัวโดยทั่วไปยกขึ้นอย่างน้อย 15–30 ซม.) รอบท่อที่ทะลุพื้น รางระบายน้ำ และบ่อพัก ต้องตัดแผ่นเสริมพันรอบหรือปิดทับอีกชั้น ไม่ใช่แค่อุดซิลิโคน

5. ทดสอบขังน้ำ (Flood Test) ก่อนปิดงาน
ขั้นนี้สำคัญที่สุดแต่ถูกข้ามบ่อยที่สุด อุดท่อระบาย ปล่อยน้ำขังให้ท่วมทั้งพื้นที่ทิ้งไว้อย่างน้อย 24–48 ชั่วโมง แล้วขึ้นไปตรวจฝ้าและพื้นชั้นล่าง ถ้าพบรอยซึมจะแก้ได้ทันทีโดยไม่ต้องรื้อกระเบื้อง เจ้าของงานควรขอดูการขังน้ำด้วยตาตัวเองหรือขอรูปถ่ายวันเริ่มและวันสิ้นสุดการทดสอบ

6. เทปูนทับป้องกันแผ่น ก่อนปูกระเบื้อง
เมมเบรนไม่ได้ออกแบบมาให้เดินหรือรับของหนักโดยตรง หลังทดสอบผ่านให้เททับหน้าด้วยปูนปรับระดับ (Protection Screed) พร้อมตะแกรงเหล็กกันร้าว แล้วจึงปูกระเบื้อง ระหว่างนี้ต้องระวังไม่ให้ใครเจาะ ตอก หรือลากของมีคมบนแผ่น

ความผิดพลาดที่ทำให้กันซึมรั่ว
- ปูบนพื้นที่ยังชื้นหรือมีฝุ่น และไม่ทาไพรเมอร์
- ลนไฟไม่ทั่ว แผ่นติดแค่บางจุด เกิดโพรงใต้แผ่น
- รอยต่อทับซ้อนน้อยเกินไป หรือไม่ลนไฟรีดรอยต่อซ้ำ
- ไม่ยกขอบขึ้นผนัง หรือยกต่ำกว่าระดับน้ำที่ขังได้
- ใช้ซิลิโคนอุดรอบท่อแทนการเสริมแผ่น
- ข้ามการทดสอบขังน้ำ แล้วไปรู้ตอนร้านชั้นล่างแจ้งว่าน้ำหยด
- เจาะยึดอุปกรณ์ทะลุแผ่นหลังทำกันซึมเสร็จ
สรุป
กันซึมเมมเบรนที่ดีไม่ได้ขึ้นกับยี่ห้อแผ่นอย่างเดียว แต่ขึ้นกับการเตรียมพื้น การทับซ้อนรอยต่อ การเก็บมุมท่อ และการทดสอบขังน้ำก่อนปิดงาน ถ้าทำครบทุกขั้น พื้นครัวหรือดาดฟ้าจะไม่รั่วลงชั้นล่าง และไม่ต้องรื้อกระเบื้องมาซ่อมภายหลัง
ดูตัวอย่างงานจริงได้ที่ ร้าน MANDARIN ซีคอนสแควร์ และ ร้าน MANDARIN เดอะมอลล์ บางกะปิ
