งานทาสีเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่ทุกคนมองเห็น แต่สีจะสวยและอยู่ได้นานหรือไม่ ขึ้นกับ 3 เรื่อง คือ การเตรียมผิว การลงสีรองพื้น และการเลือกสีทับหน้าให้เหมาะกับพื้นที่ ด้านล่างคือแนวทางที่เราใช้จริงในงานผลงานปรับปรุงพื้นที่สำนักงาน 3 ชั้น อาคาร Rasa Tower 2

1. เตรียมผิวก่อนทาสีทุกครั้ง
ผนังยิปซัม (งานนี้ใช้แผ่นยิปรอค ขอบลาด 12 มม.) ต้องโป๊วรอยต่อและหัวสกรูให้เรียบแล้วขัดผิว ส่วนผนังปูนเดิมต้องเก็บรอยร้าว ขูดสีที่หลุดล่อน และทำความสะอาดฝุ่นออกให้หมด ถ้าข้ามขั้นนี้ สีจะยึดเกาะไม่ดีและเห็นตำหนิชัดหลังทาเสร็จ
2. ลงสีรองพื้นก่อน — ไม่ใช่ทาสีจริงไปเลย
สีรองพื้นช่วยปรับสภาพผิวให้สีทับหน้ายึดเกาะดีและดูดซึมสม่ำเสมอ ผนังจึงไม่ด่าง ในงานนี้เราใช้ TOA โฟร์ซีซันส์ สีรองพื้นปูนใหม่ รองพื้นก่อนทั้งผนังยิปซัมที่โป๊วแล้วและผนังปูน
3. สีทับหน้าภายใน เลือกชนิดด้าน
สีทับหน้าที่ใช้คือ TOA ดูราคลีน สีน้ำภายใน ชนิดด้าน สำหรับผนังและฝ้าภายในสำนักงาน เหตุผลที่เลือกชนิดด้าน คือผนังสำนักงานกว้างและยาว มีแสงจากไฟและหน้าต่างส่องตลอด สีด้านช่วยพรางรอยต่อและคลื่นเล็ก ๆ ของผนังได้ดีกว่าสีเงา ส่วนดูราคลีนเป็นสีภายในในกลุ่มที่ออกแบบให้ทำความสะอาดง่าย เหมาะกับพื้นที่ที่มีคนใช้งานทุกวัน

4. ทาสีทับหน้าอย่างน้อย 2 รอบ
รอบแรกทำให้สีเกาะผิว รอบที่สองทำให้เนื้อสีเต็มและเฉดสีสม่ำเสมอ ควรรอให้รอบแรกแห้งตามเวลาที่ผู้ผลิตกำหนดก่อนทารอบถัดไป
5. สีด้าน สีกึ่งเงา หรือสีเงา — เลือกอย่างไร
สีด้าน เหมาะกับผนังและฝ้าภายในทั่วไป พรางตำหนิได้ดี · สีกึ่งเงา เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องเช็ดล้างบ่อย เช่น ครัว พื้นที่ผลิต หรือทางเดินที่มีการกระแทก · สีเงา ใช้กับงานเฉพาะจุด เพราะจะขับให้เห็นตำหนิของผนังชัดขึ้น

สรุป
ผนังสำนักงานที่สวยและทนต้องเตรียมผิวให้ดี ลงสีรองพื้นก่อน แล้วทาสีทับหน้าชนิดที่เหมาะกับพื้นที่อย่างน้อย 2 รอบ ถ้ากำลังวางแผนปรับปรุงสำนักงาน ทีมงานอภิวัฒน์ บิวดิ้งช่วยเลือกระบบสีให้เหมาะกับพื้นที่ได้
